บทที่ 2 อยู่กันอย่างเคยชิน
ปาริฉัตรดึงแก้วกาแฟออกจากมือพร้อมพัฒน์ก่อนที่เขาจะยกขึ้นดื่ม
“กินข้าวก่อนค่ะ” พร้อมพัฒน์เงยหน้าจากเอกสารบนโต๊ะอาหาร มองแก้วที่ถูกย้ายไปวางไว้อีกฝั่ง
“พี่รีบ”
“รีบแค่ไหนก็ควรกิน เมื่อคืนดื่มไปตั้งหลายแก้ว เดี๋ยวก็ปวดหัวอีก”
“พี่ไม่เป็นไร” ปาริฉัตรไม่ได้เถียง เธอวางจานขนมปังกับไข่ดาวลงตรงหน้า แล้วเลื่อนกล่องยาแก้ปวดหัวไปไว้ข้างแฟ้มเอกสาร พร้อมพัฒน์มองอาหารเช้าสลับกับคนที่กำลังเดินกลับไปทางเคาน์เตอร์ครัว
“แล้วของลูกปลาล่ะ”
“ยังไม่หิวค่ะ”
“ยังกินยาอยู่ไม่ใช่เหรอ” ปาริฉัตรหยุดมือที่กำลังเก็บขวดยาลงในลิ้นชัก ก่อนหันกลับไปมองเขา
“ดีขึ้นแล้วค่ะ”
“ดีขึ้นแล้วก็ต้องกินข้าว”
“พี่พร้อมกินของตัวเองเถอะค่ะ เมื่อกี้ยังบอกว่ารีบอยู่เลย” พร้อมพัฒน์มองเธออยู่ครู่หนึ่ง ก่อนใช้ส้อมตัดไข่ดาวโดยไม่พูดอะไรอีก ปาริฉัตรจึงหันกลับไปล้างแก้วที่วางอยู่ในอ่าง
เมื่อคืนหลังกลับจากงาน ทั้งคู่แทบไม่ได้คุยกัน พร้อมพัฒน์เข้าไปทำงานในห้อง ส่วนเธอกลับขึ้นห้องนอนก่อน ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเขาเข้านอนตอนไหน ตอนเช้าตื่นมาก็เห็นเอกสารโครงการวางเต็มโต๊ะอาหารแล้ว
“คืนนี้ออกจากบ้านหนึ่งทุ่มครึ่งนะ พี่น่าจะกลับมาทัน ถ้าไม่ทันจะให้คนขับรถมารับก่อน”
“ลูกปลาไปเองก็ได้ค่ะ”
“ไปพร้อมกันนั่นแหละ” เธอไม่ได้ตอบอีก พร้อมพัฒน์เองก็กลับไปสนใจเอกสารตรงหน้า บนโต๊ะมีทั้งรายงานงบประมาณ แผนการก่อสร้าง และแบบร่างเบื้องต้นที่ทีมภายในจัดทำไว้ก่อนส่งต่อให้บริษัทออกแบบ แบบแปลนขนาดใหญ่กางกินพื้นที่เกือบทั้งหมดของโต๊ะ
ปาริฉัตรตั้งใจจะนำจานผลไม้ไปวาง แต่ต้องหยุดเมื่อไม่มีที่เหลือ เธอจึงรวบกระดาษบางส่วนขึ้นเพื่อขยับให้พ้นทาง
“อย่าสลับหน้า” พร้อมพัฒน์บอกโดยยังไม่เงยหน้า
“ลูกปลาแค่จะวางจานค่ะ”
“วางตรงนั้นก็ได้” เขาชี้ไปยังพื้นที่ข้างแก้วกาแฟ ปาริฉัตรจึงวางจานตามที่บอก ก่อนจัดกระดาษกลับลงที่เดิม สายตาของเธอหยุดอยู่บนแบบแปลนชั้นล่างของอาคารพักฝั่งตะวันตก
“มีอะไร”
“เปล่าค่ะ”
“มีอะไรก็พูดมา”
“ทางเชื่อมตรงนี้ค่ะ อาคารฝั่งตะวันตกอยู่ไกลจากส่วนกลางที่สุด แต่ทางเชื่อมกลับพาแขกอ้อมผ่านด้านหลังห้องอาหาร ถ้ามีงานจัดเลี้ยงหรือช่วงที่พนักงานขนของ แขกกับพนักงานจะใช้ทางเดียวกัน”
“ตรงนี้มีฉากกั้น”
“กั้นสายตาได้ แต่กั้นคนเดินไม่ได้ค่ะ ยิ่งช่วงเช้าที่แม่บ้านนำรถเข็นออกมา แขกจากอาคารนี้จะต้องเดินสวนกับพนักงานตลอดทาง”
“ถ้าย้ายทางเชื่อมขึ้นมา จะเสียพื้นที่สวนด้านหน้า”
“ไม่ต้องย้ายทั้งหมดก็ได้ค่ะ” ปาริฉัตรหยิบดินสอที่วางอยู่ข้างแฟ้มมาขีดเส้นบางๆ ลงบนกระดาษ
“แยกทางบริการออกจากตรงนี้ แล้วขยับประตูสำหรับแขกมาอีกฝั่ง พนักงานจะเข้าห้องอาหารจากด้านหลังได้โดยไม่ต้องผ่านโถงรับรอง” พร้อมพัฒน์มองเส้นที่เธอขีด ก่อนดึงรายงานอีกชุดมาเปิด
“ถ้าทำแบบนี้ ระยะทางจากครัวถึงห้องจัดเลี้ยงจะไกลขึ้นหรือเปล่า”
“ไม่ค่ะ ทางเดิมยังใช้ได้ แต่ต้องปิดไม่ให้แขกเดินผ่าน ส่วนทางนี้ให้เชื่อมกับโถงกลางโดยตรง”
“ผนังตรงนี้เป็นผนังรับน้ำหนัก”
“ลูกปลาถึงไม่ได้บอกให้รื้อค่ะ แค่เปลี่ยนตำแหน่งประตู” พร้อมพัฒน์เงียบไป เขาเลื่อนแบบเข้าหาตัวแล้วมองอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาถ่ายรูปส่วนที่เธอทำเครื่องหมายไว้
“เดี๋ยวพี่ให้ทีมวิศวกรดู”
“ไม่ต้องบอกว่าเป็นความคิดลูกปลาก็ได้ค่ะ”
“ทำไม”
“ลูกปลาไม่เกี่ยวกับโครงการนี้ ถ้าทีมออกแบบรู้ว่าภรรยาเจ้าของบริษัทเข้ามาแก้แบบ เขาคงทำงานลำบาก”
“พี่แค่ให้ตรวจสอบ ยังไม่ได้สั่งให้แก้ตามนี้”
“นั่นแหละค่ะ ถ้าพี่พร้อมเป็นคนพูด ต่อให้บอกว่าแค่เสนอ ทุกคนก็ต้องคิดว่าพี่ต้องการให้ทำ” เขามองเธอเล็กน้อย ก่อนวางโทรศัพท์ลง
“งั้นพี่จะไม่บอกว่าใครเสนอ” ปาริฉัตรพยักหน้าแล้ววางดินสอกลับที่เดิม
“ลูกปลานึกว่าพี่พร้อมลืมไปแล้วเสียอีก”
“ลืมอะไร”
“ว่าลูกปลาเรียนออกแบบมา”
“พี่ไม่ได้ความจำเสื่อม”
“แต่พี่พร้อมไม่เคยถามเรื่องงานของลูกปลาเลย” พร้อมพัฒน์เอนหลังพิงเก้าอี้
“ลูกปลาไม่ได้ทำงานมาตั้งสามปีแล้ว จะให้พี่ถามเรื่องอะไร”
“ก็จริงค่ะ” เธอลุกขึ้นเก็บจานอาหารที่เขากินหมดแล้ว พร้อมพัฒน์มองตาม ก่อนถามขึ้นอีกครั้ง
“เคยคิดจะกลับไปทำไหม” ปาริฉัตรชะงัก
“ทำไมอยู่ๆ ถึงถามคะ”
“เมื่อกี้ยังดูออกว่าปัญหาอยู่ตรงไหน แสดงว่ายังไม่ได้ทิ้งหมด”
“ลูกปลาไม่ได้จับงานจริงมานานแล้วค่ะ ดูแบบออกกับกลับไปทำงานได้ไม่เหมือนกัน”
“ถ้าอยากทำงานก็กลับไปทำ ไม่มีใครห้าม”
เขาพูดเหมือนการกลับไปเริ่มต้นหลังหายออกจากวงการสามปีเป็นเรื่องง่าย และเหมือนสิ่งที่เธอเคยทิ้งไปเพื่อดูแลชีวิตของเขา ไม่เคยมีราคาอะไรเลย
“ค่ะ” พร้อมพัฒน์มองหน้าเธอเหมือนรู้ว่ายังมีบางอย่างที่เธอไม่ได้พูด แต่สุดท้ายก็ไม่ได้ถาม
ปาริฉัตรนำจานไปวางในอ่างล้างจาน เมื่อหันกลับมาอีกครั้ง เขากำลังรวบเอกสารใส่แฟ้ม
“เรื่องคืนนี้ไม่ต้องกังวลนะ” เขาพูดขึ้น
“เรื่องอะไรคะ”
“เรื่องอัน” เพียงได้ยินชื่อที่เขาเรียกอย่างคุ้นเคย มือของปาริฉัตรก็หยุดอยู่บนขอบเคาน์เตอร์
“พี่กับอันทำงานร่วมกันเท่านั้น”
“ลูกปลายังไม่ได้ว่าอะไรเลยค่ะ”
“เมื่อคืนถามเหมือนคิดว่าพี่มีอะไรปิดบัง”
“ถ้าไม่มี ลูกปลาก็ไม่ต้องกังวลนี่คะ”
“อือ” พร้อมพัฒน์ยกแฟ้มขึ้นถือ ก่อนเดินมาหยุดตรงหน้าเธอ
“หนึ่งทุ่มครึ่ง พี่จะกลับมารับ”
“ถ้างานยุ่งก็ไม่ต้องค่ะ ลูกปลาไปเองได้”
“พี่บอกว่าจะกลับมาไง” ปาริฉัตรพยักหน้า พร้อมพัฒน์จึงเดินออกจากห้องอาหารไป
เธอกลับมานั่งตรงโต๊ะ มองแบบแปลนที่เขาเก็บไม่หมด กระดาษแผ่นที่มีรอยดินสอของเธอยังวางอยู่ด้านบน
โทรศัพท์สั่นขึ้นจากข้อความใหม่ ปาริฉัตรหยิบมาดู ก่อนจะเห็นชื่อคนที่ไม่ได้ติดต่อกันมานาน
พี่ธันวา
“พี่เห็นชื่อปลาในรายชื่อแขกคืนนี้ กลับมาทำงานแล้วหรือยัง”
ปาริฉัตรอ่านซ้ำอีกครั้ง
ธันวาเป็นรุ่นพี่ที่รู้จักกันมาตั้งแต่สมัยเรียน และยังเคยทำงานอยู่บริษัทเดียวกับเธอช่วงหนึ่ง ก่อนเขาจะแยกออกไปตั้งบริษัทกับหุ้นส่วนต่างชาติ หลังจากปาริฉัตรแต่งงานและลาออกจากงาน ทั้งคู่ยังติดต่อกันอยู่ระยะหนึ่ง ก่อนจะค่อยๆ ห่างกันไป
“ยังค่ะ ปลาไปกับพี่พร้อม”
ข้อความถูกอ่านแทบจะทันที
“นึกว่ากลับมาทำงานแล้วเสียอีก เสียดายนะ เมื่อก่อนปลาทำได้ดี”
ปาริฉัตรมองแบบแปลนตรงหน้า นิ้วของเธอเลื่อนไปตามรอยดินสอที่เพิ่งขีดลงไป
ข้อความอีกฉบับส่งเข้ามา
“ถ้าอยากกลับมา ที่บริษัทยังมีที่ให้เสมอ”
ครั้งนี้ปาริฉัตรไม่ได้ตอบทันที เธอนั่งมองข้อความนั้นอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนก้มลงพิมพ์ช้าๆ
“ถ้ามีตำแหน่งว่าง ส่งรายละเอียดมาให้ปลาดูได้ไหมคะ”
